Causynx

ความเป็นส่วนตัวและข้อมูลการใช้งาน

หน้านี้อธิบายว่าเครื่องมือภายในของ Causynx เก็บข้อมูลอะไร เก็บเพื่ออะไร ใครเห็นได้ และเก็บไว้นานแค่ไหน ระบบไม่มีตัวติดตามเพื่อโฆษณา และจำกัดการเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทในทีม

คุกกี้ที่จำเป็น

เราใช้คุกกี้เพื่อการเข้าสู่ระบบเป็นหลัก ซึ่งได้แก่เซสชันของ Supabase และค่า PKCE ที่ยืนยันตัวตนอย่างปลอดภัย คุกกี้กลุ่มนี้เป็น HttpOnly และจำเป็นต่อการใช้งาน ถ้าไม่มีก็เข้าระบบไม่ได้ และไม่มีการติดตามข้ามเว็บ

คุกกี้จดจำการตั้งค่า

มีคุกกี้ของเราเองราว 9 ตัวที่ช่วยจำการตั้งค่าหน้าจอ เช่น ธีม ตัวกรอง และการเรียงลำดับ เพื่อให้กลับมาใช้ครั้งหน้าแล้วยังอยู่ในสภาพเดิม ทั้งหมดเป็น first-party ไม่มีคุกกี้โฆษณาหรือตัวติดตามจากภายนอก

บันทึกกิจกรรมทั่วไป

เพื่อดูแลความปลอดภัยและการทำงานของระบบ แอปบันทึกหน้าที่เข้า การกดปุ่มหรือลิงก์ และสถานะการเรียกใช้งานสำคัญ โดยอาจผูกกับสมาชิก ผู้ดูแลเข้าถึงได้เมื่อจำเป็นต่อการดูแลระบบ ข้อมูลกิจกรรมชุดนี้เก็บไว้ไม่เกิน 1 ปี และแยกจาก AI metrics ด้านล่าง

AI metrics: MCP และ OTEL

เมื่อใช้ MCP ระบบบันทึก metrics แบบ normalized โดยอัตโนมัติ ได้แก่ชื่อ tool เวลาและระยะเวลา outcome จำนวนไบต์ของ context และจำนวน/ขนาดรูป สำหรับ Codex หรือ Claude Code ผู้ใช้สามารถกดอนุญาต OAuth ครั้งเดียวเพื่อให้ client สร้าง credential สำหรับ OTEL ของ installation เดียวกันและตั้งค่าให้บนเครื่อง โดยระบบรับเวลา ชนิด client/source/event, model, ชื่อ skill (ถ้ามี), session identifier ที่ hash แล้ว, token breakdown, cost ที่ client รายงาน และ metadata ทางเทคนิคเฉพาะ environment, service version, query source, event kind และชื่อ client ที่รายงาน credential OTEL ที่สร้างผ่าน OAuth ใช้รับ metrics เท่านั้น ไม่มีวันหมดอายุอัตโนมัติ และยังใช้ได้แม้สิทธิ์ MCP OAuth หมดอายุหรือถูกถอน หากต้องการหยุด OTEL ให้ปิดหรือถอน reporter แยกจาก MCP OAuth

ข้อมูลที่ AI metrics ไม่เก็บ

AI metrics event ไม่เก็บ prompt, code, tool arguments, raw tool results, raw OTLP payload, request ID ดิบ, ฟิลด์ email หรือ token ดิบ ระบบรับเฉพาะฟิลด์ที่อนุญาตแล้วแปลงเป็นรายการ normalized ก่อนบันทึก และผูกกับ person_id; หน้า dashboard จึงแสดงสมาชิกปัจจุบันจาก org.people แยกต่างหาก ส่วน label ของการเชื่อมผ่าน OAuth สร้างอัตโนมัติจากชนิด client และรหัส installation แบบสั้น ขณะที่การเชื่อมแบบตั้งค่าเองยังใช้ชื่อที่สมาชิกกำหนดได้ OTEL แสดงจำนวน token ที่ client รายงาน ส่วน MCP ประมาณขนาด context จากจำนวนไบต์ จึงไม่ใช่ตัวเลข token หรือค่าใช้จ่ายจริง และไม่ถูกรวมเป็นยอดประหยัดเดียวกัน

การมองเห็นและระยะเวลาเก็บ AI metrics

AI metrics ผูกกับสมาชิกและป้ายชื่อการเชื่อมต่อ สมาชิกทั่วไปเห็นเฉพาะข้อมูลของตนเอง ส่วนผู้ดูแล (owner) เห็นข้อมูลแยกตามสมาชิกและการเชื่อมต่อเพื่อดูแลระบบ รายการ metrics แบบ normalized เก็บไว้โดยไม่กำหนดระยะเวลาและไม่มีการลบอัตโนมัติ การปิด reporter จะหยุดข้อมูล OTEL ใหม่ ส่วนการถอนสิทธิ์ MCP OAuth จะหยุดการใช้ MCP ทั้งสองอย่างไม่ลบประวัติเดิม

จัดการการเก็บข้อมูล

สมาชิกหยุดส่ง OTEL ได้โดยปิดหรือถอน reporter การถอนสิทธิ์ MCP OAuth เพียงอย่างเดียวไม่หยุด OTEL หากต้องการหยุดทั้งสองอย่าง ให้ปิด reporter และถอนสิทธิ์ MCP OAuth แยกกัน การบันทึก MCP metrics เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ MCP ที่อนุญาตไว้ และสามารถสอบถามผู้ดูแล (owner) เพื่อขอดูหรือขอลบข้อมูลของตนได้

กลับเข้าสู่ระบบ